waejibwaejub

Just another WordPress.com site

“เชียงคาน เมืองโบราณ ที่ไม่ล้าสมัย”

leave a comment »

                              เมืองเชียงคาน ในปัจจุบันเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ในสายตาของนักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาได้ยาวนานกว่า 100 ปี ซึ่งเพิ่งจะมีการจัดงานฉลอง “100 ปี เชียงคาน เมืองโบราณ ริมฝั่งโขง” ไปเมื่อวันที่ 4-6 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมานี้เอง เพื่อเป็นการอนุรักษ์ความเป็นเอกลักษณ์ให้คงอยู่สืบไป
เมืองเชียงคาน เมืองโบราณ.. บ้านไม้เก่าๆ ร้านกาแฟ มุมหนังสือเล็กๆ เท่านั้น แต่กลับมีนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นหนุ่มสาว เดินเที่ยวกันให้เต็มไปหมด อาจจะด้วยเพราะเมืองเชียงคานนี้เงียบสงบ บรรยากาศดี ด้วยการที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์แต่ผสมผสานกับความเป็นสมัยใหม่ที่ไม่มากจนเกินไปได้อย่างลงตัวในแบบฉบับของเชียงคาน ผู้คนที่เชียงคานก็เป็นมิตร อัธยาศัยดี และการไปเที่ยวที่เชียงคานก็ไม่แพงจนเกินกำลัง ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเชียงคานแห่งนี้ ก็จะเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น หลายๆ สิ่งที่เชียงคานอาจเปลี่ยนแปลงไป อย่างไรก็ตาม เชียงคานจะไม่เปลี่ยนแปลงไป ถ้าเราทุกคนยังคงช่วยกันรักษาความเป็นเอกลักษณ์ ดำรงวิถีชีวิตในแบบของเชียงคานสืบไป ความเป็นเชียงคานที่คงความเป็นเอกลักษณ์ได้ยาวนานกว่าร้อยปี ก็จะเป็นเช่นเดิมตลอดไป..

การเดินทางเชียงคาน

รถยนต์
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1(พหลโยธิน) ผ่านตัวเมืองสระบุรี ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านจังหวัดเพชรบูรณ์ ตรงเข้าทางหลวงหมายเลข 203 ผ่านอำเภอหล่มสัก หล่มเก่า เข้าเขตจังหวัดเลย ที่อำเภอด่านซ้าย อำเภอภูเรือ ถึงตัวจังหวัดเลยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7-8 ชั่วโมง หรือจะใช้เส้นทาง จากสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 มิตรภาพ ผ่านจังหวัดนครราชสีมา ถึงจังหวัดขอนแก่น แล้วเลี้ยว ซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 12 ผ่านอำเภอชุมแพ แล้วใช้เส้นทางหมายเลข 201 เข้าเขตจังหวัดเลย ที่อำเภอภูกระดึง อำเภอวังสะพุง ถึงตัวจังหวัดเลยได้เช่นเดียวกัน

รถโดยสารประจำทาง
     บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารประจำทางวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-เลย ทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ ใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง รายละเอียดสอบถามที่สถานีขนส่งสายอีสาน ถนนกำแพงเพชร 2 (หมอชิต 2) โทร. (02) 936-0667, 936-0657

รถไฟ
การรถไฟแห่งประเทศไทย มีรถไฟไปจังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น ซึ่งสามารถต่อรถยนต์ไปจังหวัดเลยได้อีกต่อหนึ่ง รายละเอียดสอบถาม หน่วยบริการเดินทาง สถานีรถไฟกรุงเทพฯ โทร. 233-7010, 223-7020

เครื่องบิน
บริษัท การบินไทย จำกัด มีเที่ยวบินกรุงเทพฯ-อุดรธานี ทุกวัน วันละ 3 เที่ยว แล้วสามารถต่อรถยนต์ไปจังหวัดเลย อีกประมาณ 140 กม. รายละเอียดสอบถาม โทร. 280-0060, 628-2000 และที่จังหวัดอุดรธานี โทร. (042) 243222, 246697

หมายเลขโทรศัพท์ที่สำคัญ (รหัสทางไกล 042)

ที่ทำการไปรษณีย์ 812022
ที่ว่าการอำเภอเมือง 811213
บริษัท ขนส่งเลย จำกัด 811706
โรงพยาบาลเลย 811541
สำนักงานจังหวัดเลย 811746, 833209
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองเลย 811254
สำนักงานการท่องเที่ยวภูหลวง 841566
สำนักงานเทศบาลเมืองเลย 811140

 

        ประวัติเชียงคาน เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดเลย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เคยเป็นราชธานีหรือเมืองหลวงของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หรือราชอาณาจักรลาวมาก่อน เมืองเชียงคานเก่า หรือเมืองสานะคาม (ชนะสงคราม) ซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ทางยุทธศาสตร์สมัยราชอาณาจักรล้านช้าง ถูกก่อสร้างโดย ขุนคาม โอรสของขุนคัวแห่งอาณาจักรล้านช้าง เมื่อประมาณปีพ.ศ. 1400 ต่อมาประมาณปีพ.ศ. 2250 ทางเวียงจันทร์ได้ตั้งเมืองเชียงคานเดิม ซึ่งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงเป็นเมืองหน้าด่าน
พ.ศ. 2320 พระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกกับพระสุรสีห์ ยกทัพไปตีกรุงเวียงจันทร์ ตีเวียงจันทร์ได้จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกต กลับมายังกรุงธนบุรี แล้วได้รวมอาณาจักรล้านช้างเข้าด้วยกันและให้เป็นประเทศราชของไทย แล้วได้กวาดต้อนผู้คนมาอยู่เมืองปากเหืองมากขึ้น แล้วโปรดเกล้าฯ ให้เมืองปากเหืองขึ้นกับเมืองพิชัย
ต่อมมาสมัยรัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้กองทัพไทยยกทัพไปปราบเจ้าอนุวงศ์ที่นครราชสีมา เนื่องจากเจ้าอนุวงศ์ เจ้าเมืองเวียงจันทร์คิดกอบกู้เอกราชเพื่อแยกเป็นอิสระจากไทย หลังจากปราบได้สำเร็จแล้ว ก็ไปกวาดต้อนผู้คนจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงมาอยู่เมืองปากน้ำเหืองมากขึ้น แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ไปขึ้นกับเมืองพิชัย
ครั้นถึงสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกจีนฮ่อได้ยกทัพมาตีเมืองเวียงจันทน์ เมืองหลวงพระบางและได้เข้าปล้นสดมภ์เมืองเชียงคานเดิมที่อยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ชาวเชียงคานเดิมจึงอพยพผู้คนไปอยู่เมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) เป็นจำนวนมาก
ครั้นต่อมา เห็นว่าชัยภูมิเมืองเชียงคานใหม่ (เมืองปากเหือง) ไม่เหมาะสม ผู้คนส่วนใหญ่จึงอพยพไปอยู่ที่บ้านท่านาจันทร์ซึ่งใกล้กับที่ตั้งของอำเภอเชียงคานปัจจุบัน แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า เมืองใหม่เชียงคาน ต่อมาไทยได้เสียดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส ทำให้เมืองปากเหืองตกเป็นของฝรั่งเศส คนไทยที่อยู่เมืองปากเหืองจึงอพยพมาอยู่เมืองใหม่เชียงคาน หรืออำเภอเชียงคานปัจจุบันโดยสิ้นเชิง “แล้วได้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็นเมืองเชียงคานใหม่” ได้ตั้งที่ทำการอยู่บริเวณวัดธาตุ เรียกว่าศาลาเมืองเชียงคาน ต่อมาได้ย้ายที่อยู่บริเวณวัดโพนชัย จนกระทั่งปี พ.ศ. 2452 เมืองเชียงคานซึ่งมีพระยาศรีอรรคฮาด (ทองดี ศรีประเสริฐ) ได้รับตำแหน่งนายอำเภอเชียงคานคนแรก ต่อมาปี พ.ศ. 2484 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอเชียงคานมาอยู่ ณ ที่อยู่ปัจจุบันตราบเท่าทุกวันนี้
ขอบคุณข้อมูล(บางส่วน)จาก : http://www.amphoe.com/

 

สถานที่ท่องเที่ยวเชียงคาน

 

1.วัดศรีคุณเมือง ตั้งอยู่ที่ซอย 7 ถนนชายโขง ทางด้านเหนือของตลาดเชียงคาน มีกำแพงแก้วล้อมรอบตัวพระอุโบสถ

2.วัดท่าแขก  เป็นวัดเก่าแก่โบราณ อยู่ริมฝั่งแม่น้ำโขง ห่างจากอำเภอเชียงคาน 2 กม.

3.แก่งคุดดู้    เป็นแก่งหินใหญ่ขวางอยู่กลางลำน้ำโขง ห่างจากตัวอำเภอเชียงคานประมาณ 3 กม.

4.พระพุทธบาทภูควายเงิน  ตั้งอยู่ที่บ้านอุมุง ตำบลบุฮม ตามเส้นทางสายเชียงคาน-ปากชม ระยะทาง 6 กม.

5.พระใหญ่ภูคกงิ้ว เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าพระพุทธนวมินทรมงคลลีลาทวินคราภิรักษ์ ตั้งอยู่ที่ภูคกงิ้ว

6.จุดชมวิวภูทอก  ภูทอก ทางขึ้นชมทะเลหมอก เริ่มจากเข้าซอยข้างโรงพยาบาลเชียงคาน รถเก๋ง รถกระบะก็สามารถขับขึ้นเขาได้

ผู้ใดสนใจอย่างลองไปเที่ยวเชียงคานดูสักครั้ง ช่วงเวลาใกล้ๆปีใหม่ ใกล้หน้าหนาวแบบนี้แหละครับเหมาะมากที่จะไปพักผ่อนกับบรรยากาศธรรมชาติืที่เงียบสงบเหมาะกับเารพักผ่อนอย่างเต็มที่หลีกหนี ปัญหาต่างๆในเมืองไปผ่อนคลายกันได้น่ะครับ  ซึ่งในขณะนี้ทาง หนังสือ Sawasdee Huahin  ได้จัด เวสป้าทริปเที่ยง 14 จังหวัด มีเป้าหมายสู่เชียงคานด้วยน่ะครับ  ผู้ใดสนใจติดต่อได้เลยครับ

 

บรรยากาศเชียงคาน

 

 

 

 

 

ลุยรอบโลก ตอน “10 เรื่องจริงน่ารู้เกี่ยวกับคนเกาหลี”

leave a comment »

ช่วงนี้คุณอยากไปเที่ยวไหนกันหรือเปล่าครบั กระผมนายไจแอนท์ฟีนิกซ์ อยากขอแนะนำประเทสประเทศนึง ที่เป็นประเทศยอดฮิตและน่าไปเยือนสักครา นั้นคือ ประเทศเกาหลี การไปมาก็แสนง่าย วีซ่าก็ไม่ต้องขอ ท่านสามารถยลความสวยงามของประเทศนี้ได้แล้ว

ก่อนที่เราจะไปเที่ยวกันนั้นเรามารู้จักประเทศเกาหลีให้มากขึ้นกว่าเดิมดีกว่าน่ะครับ ด้วย ” 10 เรื่องจริงที่น่ารู้เกี่ยวกับคนเกาหลี

เริ่มกันที่อันดับที่ 1

1. การดื่มเหล้าของคนเกาหลี  แทบจะเป็นธรรมเนียมไปแล้วสำหรับการดื่มเหล้าของคนเกาหลีนั้น ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกันระหว่างเพื่อนร่วมงานหรือระหว่างเพื่อนทั่วๆไป โดยส่วนมากแล้วเมื่อเปิดขวดแล้ว  คนเกาหลีมักจะใช้แก้วใบเดียว รินเหล้าแล้วค่อยๆดื่มทีละคน จนครบวง หลังจากนั้นแล้ว ต่างคนก็ต่างดื่มแก้วใครแก้วมัน

2.คนเกาหลีไม่ได้ทำศัลยกรรมกันทุกคน  เรามักเข้าใจผิดว่าคนเกาหลีส่วนมากทำศัลยกรรมทั้งนั้น เป็นประเทศหน้าพลาสติก แต่จริงๆแล้วนั้นเป็นเรื่องเข้าใจมาโดยตลอด คนเกาหลีไม่ได้ทำศัลยกรรรมไปเสียทุกคน เพียงแต่ว่าสำหรับชาวเกาหลีแล้วนั้น การทำศัลยกรรมถือเป็นเรื่องธรรมดา เขาเลยนิยมทำศัลยกรรมกันเท่านั้นเองครับ

3. หน้างานคอนเสิร์ตทุกงานจะมีลุงแก่ๆ  ป้าแก่ๆ มาขายแท่งไฟ  แทบจะเป็นเรื่องแปลกแต่จริงอีกเรื่องนึงเช่นกันของประเทศเกาหลี ที่เมื่อคราใดที่มีคอนเสริ์ต มักจะมี ลุงแก่ๆหรือป้าแก่ๆ มาคอย ขายแท่งไฟ ป้ายชื่อLED กล้องส่องทางไกล หรือสินค้าของศิลปิน  แต่เรื่องมันแปลกอยู่ว่า เมื่อไม่มีคอนเสิร์ตลุงแก่ๆ ป้าแก่ๆ คนนั้นจะเปลี่ยนอาชีพมาเดินขายผ้าห่มแทนสะงั้น

4.เด็กเกาหลีแทบทุกคน ต้องเรียนพิเศษ  การเรียนพิเศษสำหรับเด้กเกาหลีนั้นจัดเป็นเรื่องปกติ การเรียนพิเศษเลิก 4 ทุ่ม จึงถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว ยิ่งถ้าเป็นช่วงสอบปลายภาคหรือสอบเข้ามหาวิทยาลัยนั้น อาจมีเปิดคอร์สพิเศษ สอนถึงตี 2 กันเลยทีเดียวเชียว โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์นั้นจัดเป็นวิชาที่เด็กเกาหลีให้ความทุ่มเทมากที่สุดวิชานึง

5.ชุดนักเรียนเกาหลีราคาแพง เห็นสวยๆแบบนี้ น่าสวมใสแบบนี้ ราคาใช่ย่อยเชียวน่ะครับ เห็นเรียบง่ายแบบนี้ ชุดนักเรียนนักศึกษาของเกาหลีนั้นแพงเอาตัวทีเดียว ชุดนึง สนนราคาตกที่ ตัวละ  7000 – 8000 บาทกันเลยทีเดียว

6. ใส่ชุดนักเรียนตัวเล็ก  เมื่อชุดนักเรียนมันราคาแพงเสียขนาดนั้น มันเลยต้องเอามาทำเป็นแฟชั่นกันเสียหน่อยใช่ไหมล่ะครับ เด็กวัยรุ่นเกาหลีนั้นนิยมใส่ชุดนักเรียนตัวเล้กเข้ารูปกันเสียส่วนมาก จนถึงขั้นรัดมากเลยละครับ แต่ส่วนมากก็จะมีเสื้อคลุมสวมใส่ทับเอาครับผม

7.คนเกาหลีรับประทานสุนัข  เชื่อว่าเรื่องนี้หลายคนคงเคยได้ยินมาบ้างและอาจเกิดคำถามว่า เขารับประทานกันจริงๆเหรอ  ใช่ครับมันเป็นเรื่องจริง แต่ใช่ว่าคนเกาหลีทุกคนจะรับประทานสุนัขน่ะครับ และใช่ว่าจะเจอไปทั้งเกาหลี มีแค่บางจังหวัดเท่านั้น ส่วนในกรุงโซลจะหารับประทานยากหน่อย นอกจากสุนัขแล้ว คนเกาหลียังนิยมรับประทานแมวด้วย เพราะมันเป็นวัฒนธรรมของชาวเกาหลีเขา

8. คนเกาหลีนิยมส่งsmsหากัน คนเกาหลีโดยส่วนมากนิยมส่งsmsหากันมากกว่าที่จะโทรหากันโดยตรง  และหากว่าเป็นคนเกาหลีจริงๆนั้น ต้องกดแป้นโทรศัพท์กันไวมาก โดยล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ มีชาวเกาหลีใต้ เคยไปลงแข่งลงsmsได้รางวัลที่ 1 ของโลกมาแล้ว!!

9.บนรถไฟใต้ดินจะมีที่นั่งของคนชรา  นี้เป็นการแสดงให้เห็นทุกความมีระเบียบวินัยที่ชชัดเจนของชาวเกาหลี และความเท่าเทียมกัน โดยปกติแล้วบนรถไฟใต้ดินของเกาหลีนั้นจะมีที่นั่งแยกเฉพาะสำหรับคนชรา สตรีมีครรถ์  และคนพิการแยกอยู่อย่างชัดเจน  แล้วถ้าหากคุณมีโอกาสเดินทางไปเยือนเกาหลีสักครา ก็อย่าเผลอไปนั่งที่นั่งเหล่านี้เข้าละครับ ไม่งั้นคุณอาจจะโดนมองด้วยสายตาแปลกๆก็เป็นได้

10.บนรถไฟใต้ดินที่เกาหลีจะมีคนเอาของขึ้นมาขายบ่อยๆ   สำหรับประเทศไทยหากท่านโดยสารโดยรถไฟบ่อยอาจไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ท่านจะเห็นพ่อค้าแม่ค้าหอบสินค้าขึ้นมาขายตั้งแต่ไม้จิ้มฝันยันไก่ทอด ผัดไทย แต่ใครจะไปคิดล่ะครับว่า เกาหลีเขาก็มีเหมือนกัน  โดยบนรถไฟใต้ดินของชาวเกาหลีก็มักจะมีพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้าเข็นรถขึ้นมาขาย แล้วจะพูดขายของเสียงดังมาก  โดยสินค้าที่พบเห็นประจำนั้น จะเป็นจำพวก ถุงใส่ผ้า ยาขัดรองเท้า  ถุงเท้าเสียมากกว่า

สำหรับท่านที่มีแพลนจะเที่ยวเกาหลี ท่านสามารถสอบถามราคาตั๋วเครื่องบินหรือราคาทัวร์เกาหลีได้ที่ แวะจิบแวะจับ แทรเวล ออฟฟิตอยู่หัวหิน โทร. 089-0131129,083-8819351

แล้วฉบับหน้าเราจะพาไปไหนนั้น อย่าลืมติดตามน่ะครับ

ลุยรอบโลก ตอน “COFFEE OF WORLD”

leave a comment »

เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสในการเสพเรื่องราวเกี่ยวกับกาแฟ ลุยรอบโลก ฉบับนี้จึงรวมรวบเกร็ดความรู้ถึงประเทศที่เป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีชื่อเสียง จากทั่วโลกมานำเสนอ มีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

 

จาไมกา เป็นแหล่งผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก บลูเมาน์เทน ซึ่งปลูกบนยอดเขาสูง ผลผลิตเกือบทั้งหมดถูกส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และที่เหลืออีกเล็กน้อยถูกส่งไป สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร, และเยอรมนี ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงคือ ไฮเมาน์เทนซูพรีม (Hign Mountain Supreme) และ ไพรม์วอชท์จาไมกัน (Prime Washed Jamaican)

 

บราซิล ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 1 ของโลก ยี่ห้อมีชื่อคือ บราซิเลียน ซานโตส (Brazillian Santos)

 

โคลัมเบีย ผลิตกาแฟเป็นอันดับ 2 ของโลก กาแฟที่มีชื่อคือ ซูพรีโม (Supremo)

 

ฮาวาย กาแฟขึ้นชื่อคือ โคน่า (Kona)

 

อินเดีย มีกาแฟรสชาติเฉพาะตัว ชื่อมอนซูน มาลาบาร์ (Monsooned Malabar)

เอธิโอเปีย ประชากร 1 ใน 4 ของประเทศมีรายได้จากอุตสาหกรรมกาแฟ กาแฟที่นี่มีลักษณะเฉพาะเนื่องจากมีกาแฟป่าปะปนอยู่ แต่นี่ก็เป็นสาเหตุให้รสชาติมีความไม่แน่นอนสูงด้วยเช่นกัน กาแฟที่มีชื่อเสียงคือ ฮารา ลองเบอรี่ (Harrar Longberry) , ซีดาโม (Sidamo) , และคาฟฟา (Kaffa)

เคนยา พิถีพิถันเรื่องคุณภาพมาก กาแฟที่มีคุณภาพที่สุดคือ เคนยา AA”

เวียดนาม ส่งออกกาแฟได้เป็นอันดับ 3 ของโลก

 

ประเทศไทย ปลูกกาแฟโรบัสต้า ร้อยละ 98 โดยมากปลูกทางภาคใต้เช่น ระนอง สุราษฎร์ธานี และชุมพร อีกประมาณร้อยละ 2 เป็นกาแฟอราบิก้าซึ่งปลูกมากตามดอยต่างๆ ทางภาคเหนือ กาแฟที่มีชื่อเสียงของไทยได้แก่ กาแฟดอยช้าง ซึ่งปลูกบนดอยช้าง จังหวัดเชียงราย ถือว่าเป็นกาแฟได้จากกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานระดับสากล และรสชาติดีเทียบเคียงกับกาแฟที่มีชื่อเสียงของโลก

สำหรับใครที่กำลังแพลนจะไปเที่ยวที่ไหน ไม่ว่าในหรือต่างประเทศ ก็สามารถใช้บริการ แวะจิบ แวะจับ แทรเวล ผู้ให้บริการเรื่องการจองตั๋วโดยสารเครื่องบิน ที่พัก รวมไปถึงให้คำปรึกษาเรื่องวีซ่า โทร. 083 8819351

ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันฉบับหน้านะคร๊าบ!

 

 

ลุยรอบโลก ตอน “ฮ่องกง”

leave a comment »

สวัสดีครับกลับมาพบผมอีกครั้ง นายไจแอนท์ฟีนิกซ์ หลังจากที่เราเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศแล้ว คราวนี้เราเริ่มลัดฟ้าไปท่องเที่ยวกันเลยดีกว่าครับ เริ่มที่ ฮ่องกง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงด้านแหล่งชอปปิ้งที่ติดอันดับยอดนิยมของชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้าหรือของแบรนด์เนมต่างๆ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิค ของเล่น จนถึงขนมขบเคี้ยว และมีจุดท่องเที่ยวยอดฮิตมากมาย วันนี้เรามารู้จักสัก 5สถานที่ยอดฮิตที่ไปถึงฮ่องกงแล้ว ทุกท่านไม่ควรพลาดกันดีกว่าครับ

 

 

1.Hong Kong Disneyland สถานที่ ที่คนทุกเพศทุกวัยจะพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะผู้ที่อยากย้อนวัยไปสู่วัยเด็กเพื่อระลึกถึงตัวการ์ตูนที่ตนชื่นชอบในวัยเยาว์ สำหรับที่พักในบริเวณ Hong Kong Disneyland มี 2 ที่ ก็คือ 1.Hong Kong Disneyland Resort และ Disney’s Hollywood Hotel

Hong Kong Disneyland แบ่งเป็น 4 โซนใหญ่ๆ ได้แก่ Main Street USA, Tomorrow Land, Adventure Land และ Fantasy Land ไปถึงแล้วก็ควรจะนั่งรถไฟชมรอบๆ ก่อนจะได้เห็นภาพรวม

Tips:
อย่าลืมเอาน้ำดื่มเข้าไปด้วย(จำกัดคนละ 1 ขวด ซื้อข้างในแพงมาก)ส่วนเครื่องเล่นอันไหนที่มีคนเข้าคิวเยอะ ก็แนะนำให้ใช้บริการFast Passเป็นตู้สำหรับซื้อบัตรเครื่องเล่นอัตโนมัติ สามารถช่วยประหยัดเวลาได้

 

2.วิคตอเรีย พีค หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของฮ่องกง เดอะ พีค เป็นจุดชมวิวเมืองที่ยอดเยี่ยมที่สุด คุณจะต้องทึ่งกับสีสันที่สวยงามของเส้นขอบฟ้า อ่าววิคตอเรียที่มีชื่อเสียงระดับโลกและตึกระฟ้าที่พุ่งทะยานขึ้นสูงตัดกับแนวเขาเขียวขจีอันแสนสงบ ยอดเขาแห่งนี้สร้างความประทับใจที่แตกต่างกันระหว่างช่วงเวลากลางวันและกลางคืน

 

 

3.เลดี้ส์ มาร์เก็ต ตลาดกลางแจ้งที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของฮ่องกง เลดี้ส์ มาร์เก็ตเป็นจุดหมายที่ต้องไปเยือนสำหรับคนรักแฟชั่นที่โปรดปรานการต่อรอง ราคากระเป๋า, เครื่องประดับ, ของเล่น, เครื่องสำอาง และของแต่งบ้านเล็กๆน้อยๆ ร้านแผงลอยต่างๆ ที่ตั้งกระจุกรวมตัวกันจนเกิดเป็นตลาดที่มีบรรยากาศสนุกสนานนี้ ตั้งอยู่บนถนนตุงชอย ในมงก๊ก เปิดตั้งแต่เที่ยงไปจนถึง 23.30 .

4. วัดหวังต้าเซียนเป็นวัดดังในฮ่องกง เปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 5 โมงเย็น(ไม่ต้องแวะซื้อธูปเทียนหน้าวัดนะ เพราะมีบริการฟรี แล้วค่อยเอาเงินไปทำบุญดีกว่า)เป็นวัดที่พวกหนังจีนชอบมาถ่ายทำบ่อยๆมาถึงฮ่องกงแล้วก็ควรจะมาไหว้ขอพรกันตามความเชื่อที่ว่า หวังต้าเซียนคนเลี้ยงแกะที่บำเพ็ญเพียรภาวนาจนได้เป็นพระโพธิสัตว์สามารถดลบันดาลให้ได้พรตามที่ขอทุกประการ ผู้คนที่มาวัดนี้ก็จะมากราบไหว้และเดินรอบสระบัว 3 รอบเพื่อขอพร

5.เทมเปิล สตรีท แหล่งช้อปปิ้งอันน่าทึ่ง มีแผงลอยเปิดไฟตั้งขายสินค้าราคาไม่แพง อาทิ เสื้อผ้า ปากกา นาฬิกา ซีดี คาสเซ็ทเทป อุปกรณ์ไฟฟ้า ฮาร์ดแวร์ และกระเป๋าเดินทาง สุดถนนยังเต็มไปด้วยหมอดูดวงโชคชะตา และการแสดงงิ้วแบบสดๆ เปิดระหว่าง 16.00 . – เที่ยงคืน แต่จะเริ่มมีสีสันจริงจังหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว

 

ที่สำคัญ ช่วงเดือน กรกฏาคม – สิงหาคม เป็นช่วงเทศกาลแห่งการช๊อปปิ้ง (Hong Kong Shopping Festival) ซึ่งทุกห้างร้านบนเกาะฮ่องกงพร้อมใจกันลดกระหน่ำ 50 – 70 % ทั้งเกาะ โดยมีห้างชั้นนำต่างๆร่วมกันจัดเทศกาลนี้ไม่ว่าจะเป็น มาร์ค แอนด์ สเปนเซอร์, โซโก้, วิงออน, ซินเซีย, เลน ครอว์ฟอร์ด ฯลฯ

สำหรับท่านที่มีแพลนกำลังจะไปเที่ยวฮ่องกง ก็สามารถมาสอบถามราคาตั๋วเครื่องบินได้ที่ แวะจิบ แวะจับ แทรเวล ออฟฟิศอยู่หัวหิน โทร.089-013-1129, 083-881-9351

แล้วฉบับหน้าเราจะพาไปไหนนั้น อย่าลืมติดตามนะครับ

 

 

Written by waejibwaejub

สิงหาคม 23, 2011 at 7:23 am

ลุยรอบโลก ตอน “5 THINGS TO DO Before your departure”

leave a comment »

ขอต้อนรับสู่คอลัมภ์ “ลุยรอบโลก” ที่ จะพาท่านผู้อ่านไปพบกับ เรื่องราว ประสบการณ์ และ ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการเดินทางท่องเที่ยวไปอย่างไร้ขอบเขต ตามชื่อคอลัมภ์นั่นเอง

แต่ ก่อนจะไปพบกับสถานที่เที่ยวที่เราจะพาไปนั้น เราก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักหน่อย ซึ่งในฉบับนี้ขอนำวิธีปฏิบัติที่จะช่วยให้การเดินทางของคุณเป็นไปอย่างราบ รื่น เพื่อเป็นการเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวไหนๆทั้ง 5 วิธีดังนี้

MOMENT

แน่นอนว่าก่อนจะตัดสินใจไปเที่ยวที่ไหนๆควรมีการวางแผน กำหนดช่วงเวลาให้เหมาะสม ให้สอดคล้องกับในที่ที่เราจะไป ควรแพลนให้ช่วงวันหยุดท่องเที่ยวตรงกับช่วงเทศกาลของสถานที่ที่จะไป และอย่าลืมคำนึงถึงช่วงเวลาฤดูกาล เพื่อจะได้เตรียมเครื่องแต่งกายใส่กระเป๋าได้เหมาะสม

 

INFORMATION

ก่อนออกเดินทางก็ควรศึกษาหาข้อมูลสถานที่ที่เราจะไปให้ได้พอสมควร จะช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยวได้อย่างครบถ้วน ไม่ตกหล่นสถานที่ต่างๆ และทำให้คุณสามารถเก็บรูปภาพมาได้ไม่เสียเที่ยว

BUDGET

แน่นอนว่าการเดินทางไปเที่ยวที่ไหนๆนั้นจำเป็นต้องมีการเตรียมงบประมาณอย่างเพียงพอ ดังนั้นควรวางแผนการเงินอย่างรอบคอบ นอกจากนั้นก็อย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขการใช้ บัตร VISA หรือ MASTERCARD รวมถึงค่าธรรมเนียมในการรูดบัตร และการกดเงินสด ทางที่ดีควรมีเงินสดติดตัวสำรองไว้บ้างในกรณีฉุกเฉิน

PASSPORT & VISA

ตรวจดูว่าพาสปอร์ตยังสามารถใช้ได้ไม่หมดอายุ รวมไปถึงจัดเตรียมเอกสารการขอวีซ่าเดินทางให้ครบถ้วน โดยเข้าไปศึกษาดูรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารเดินทางได้ตามเวปไซต์สถานฑูตของประเทศที่เราจะเดินทางไป

RESERVATION

ก่อนเดินทาง แน่นอนว่าต้องมีการจองตั๋วเครื่องบิน ตรวจสอบราคาค่าตั๋วโดยการเปรียบเทียบสายการบินต่างๆ และเช็คเวลาเดินทางไปกลับให้รอบคอบ และควรจองโรงแรมที่พักไว้ล่วงหน้า พร้อมปรินท์เอกสารทั้งหมดติดตัวไปด้วย

หลังจากที่คุณมีการเตรียมการเดินทางในทุกขั้นตอนอย่างสมบูรณ์ ก็อย่าลืมศึกษานิสัยใจคอของผู้ร่วมเดินทางที่จะไปด้วยให้ดี เพื่อเป็นการปรับตัวเข้าหากัน เพื่อให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสุขของทุกคน

สำหรับใครที่กำลังแพลนจะไปเที่ยวที่ไหน ไม่ว่าในหรือต่างประเทศ ก็สามารถใช้บริการ แวะจิบ แวะจับ แทรเวล ผู้ให้บริการเรื่องการจองตั๋วโดยสารเครื่องบิน ที่พัก รวมไปถึงให้คำปรึกษาเรื่องวีซ่า โทร. 083 8819351

ขอให้ทุกท่านเดินทางโดยสวัสดิภาพ แล้วพบกันฉบับหน้านะคร๊าบ!

Written by waejibwaejub

สิงหาคม 23, 2011 at 6:58 am

Hello world!

with one comment

Welcome to WordPress.com. After you read this, you should delete and write your own post, with a new title above. Or hit Add New on the left (of the admin dashboard) to start a fresh post.

Here are some suggestions for your first post.

  1. You can find new ideas for what to blog about by reading the Daily Post.
  2. Add PressThis to your browser. It creates a new blog post for you about any interesting  page you read on the web.
  3. Make some changes to this page, and then hit preview on the right. You can always preview any post or edit it before you share it to the world.

Written by waejibwaejub

สิงหาคม 18, 2011 at 3:13 pm

เขียนใน Uncategorized